ญี่ปุ่นมองไทย :: เรื่องน้ำท่วมและการแบ่งสี
posted on 01 Nov 2011 10:58 by puifaiblogละเลยมาตราการชลประทาน, อุทกภัยในไทย "หายนะจากน้ำมือมนุษย์"

นับตั้งแต่ปี 2549 ที่เกิดการปฏิวัติจากกองกำลังทหาร และทักษิณถูกขับไล่ออกจากประเทศ ประเทศไทยก็เกิดสงครามความขัดแย้งระหว่างฝ่ายสนับสนุนทักษิณ และฝ่ายต่อต้านทักษิณมาโดยตลอด ความขัดแย้งนี้ทำให้มาตราการระบายน้ำและการชลประทานถูกละลายมาเป็นเวลานาน
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาและความเสียหายจากอุทกภัย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาทางการเมือง ที่นำพาประเทศไทยไปสู่ "หายนะจากน้ำมือมนุษย์"
หลังจากที่ทักษิณได้สูญเสียเก้าอี้ตำแหน่งนายกรัฐมตรีไป ประเทศไทยก็มี สุรยุทธ, สมัคร, สมชาย และอภิสิทธิ์ ก้าวเข้ามาแทนที่ตามลำดับ และล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยิ่งลักษณ์ก็ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของเมืองไทย เฉลี่ยแล้ว ประเทศไทยเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีทุกๆ 1 ปี
ปี 2551 ฝ่ายต่อต้านทักษิณบุกรุกสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ปี 2552 ฝ่ายสนับสนุนทักษิณเข้ามาก่อกวนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา ทำให้การประชุมต้องถูกยกเลิกไป และเมื่อปีที่แล้ว ฝ่ายสนับสนุนทักษิณเข้ามาก่อความวุ่นวายในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และเกิดเหตุการณ์ปะทะกับกองกำลังทหาร ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตมากกว่า 90 คน อาคารย่านธุรกิจขนาดใหญ่มากมายถูกเผาทำลายทิ้งไปทีละตึกๆ ความขัดแย้งทางการเมือง แบ่งแยกประชาชนออกเป็น 2 ฝ่าย และไม่มีฝ่ายไหนที่จะยอมประณีประนอมให้แก่กันเลย
นายกรัฐมนตรีของไทยต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์จลาจลทางการเมือง และสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองอันนำไปสู่ปัญหาและหายนะทางอุทกภัยเป็นเวลามากกว่า 2 ปี ติดต่อกันแล้ว
ประมาณ 15 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช พระมหากษัตริย์ของประเทศไทย ทรงเคยแนะนำผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครและนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ว่าควรมีมาตรการป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่ดี แต่ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่นายทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาตรการเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาอย่างเป็นจริงเป็นจังเลย
นักข่าวประจำกรุงเทพฯ ได้กล่าววิพากย์วิจารณ์ว่า "ทั้ง 2 ฝ่ายคงจะละเลยมาตราการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไปอีก 10-20 ปี และการช่วยเหลือประชาชนในตอนนี้ของนักการเมืองก็เป็นแค่การซื้อเสียงให้ตัวเองชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไปเท่านั้น"
(วันที่ 30 ตุลาคม 2554 หนังสือพิมพ์โยมิอุริ)
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาและความเสียหายจากอุทกภัย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาทางการเมือง ที่นำพาประเทศไทยไปสู่ "หายนะจากน้ำมือมนุษย์"
หลังจากที่ทักษิณได้สูญเสียเก้าอี้ตำแหน่งนายกรัฐมตรีไป ประเทศไทยก็มี สุรยุทธ, สมัคร, สมชาย และอภิสิทธิ์ ก้าวเข้ามาแทนที่ตามลำดับ และล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยิ่งลักษณ์ก็ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของเมืองไทย เฉลี่ยแล้ว ประเทศไทยเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีทุกๆ 1 ปี
ปี 2551 ฝ่ายต่อต้านทักษิณบุกรุกสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ปี 2552 ฝ่ายสนับสนุนทักษิณเข้ามาก่อกวนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา ทำให้การประชุมต้องถูกยกเลิกไป และเมื่อปีที่แล้ว ฝ่ายสนับสนุนทักษิณเข้ามาก่อความวุ่นวายในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และเกิดเหตุการณ์ปะทะกับกองกำลังทหาร ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตมากกว่า 90 คน อาคารย่านธุรกิจขนาดใหญ่มากมายถูกเผาทำลายทิ้งไปทีละตึกๆ ความขัดแย้งทางการเมือง แบ่งแยกประชาชนออกเป็น 2 ฝ่าย และไม่มีฝ่ายไหนที่จะยอมประณีประนอมให้แก่กันเลย
นายกรัฐมนตรีของไทยต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์จลาจลทางการเมือง และสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองอันนำไปสู่ปัญหาและหายนะทางอุทกภัยเป็นเวลามากกว่า 2 ปี ติดต่อกันแล้ว
ประมาณ 15 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช พระมหากษัตริย์ของประเทศไทย ทรงเคยแนะนำผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครและนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ว่าควรมีมาตรการป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่ดี แต่ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่นายทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาตรการเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาอย่างเป็นจริงเป็นจังเลย
นักข่าวประจำกรุงเทพฯ ได้กล่าววิพากย์วิจารณ์ว่า "ทั้ง 2 ฝ่ายคงจะละเลยมาตราการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไปอีก 10-20 ปี และการช่วยเหลือประชาชนในตอนนี้ของนักการเมืองก็เป็นแค่การซื้อเสียงให้ตัวเองชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไปเท่านั้น"
(วันที่ 30 ตุลาคม 2554 หนังสือพิมพ์โยมิอุริ)
---------------------------------------------------------------------------------------------
แปลเอง เรียบเรียงเอง จากลิงก์นี้ค่ะ
http://www.yomiuri.co.jp/world/news/20111030-OYT1T00279.htm
แปลเอง เรียบเรียงเอง จากลิงก์นี้ค่ะ
http://www.yomiuri.co.jp/world/news/20111030-OYT1T00279.htm